
เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.00 น. ณ บ้านแม่พุงหลวง ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่



ว่าที่ร้อยตรีกิตติวัฒน์ กิติเวชุเข้าร่วมรับฟังเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ เรื่อง “พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 : กฎหมายใหม่กับการสร้างคุณค่าให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศไทย”


ภายในงานมหกรรมชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโพล่ง “อึง อุย เมิง แต๊” โดยมีผู้นำชุมชนชาติพันธุ์ นาย
ลวน ใจเอ้ย นายก อบต.แม่พุง นายบุญทศ ไทยมา นายก อบต.แม่ป้ากรองนายก อบต.เแม่เกิ๋ง นายสุนทร เสาร์เกตุ กำนันตำบลแม่เกิ๋ง นายโชคชัย หล้าดอก ผู้ใหญ่บ้านค้างคำปัน นางสีนวล ใจจันทร์ ผู้ใหญ่บ้านค้างปินใจ หมู่๔นางภัทชา ตนะทิพย์ ประธานกลุ่มแม่บ้านตำบลแม่พุงและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอำเภอวังชิ้นนายอำนาจ เกี๋ยงซองประธาน
ปราชญ์ท้องถิ่น หมอพื้นบ้าน นางจันทร์เพ็ญ คำเหลือง ผู้ประกอบการผ้าทอพื้นเมืองกะเหรี่ยงและพี่น้องชาวกะเหรี่ยงบ้านค้างใจเข้าร่วมรายการงานภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

เช่นว่าทีร้อยตรีกิตติวัฒน์ กิตติเวช นายอำเภอวังชิ้นนางสาวลักษณารี ดวงตาดำ สส.แพร่เขต.๓
นายปฎิพล จอมดวง ส.อบจ.แพร่ เขต.๒ นางภ้ทภร คำทา พัฒนาการอำเภอวังชิ้นนางธมนภัทร สมภารผู้ ใหญ่บ้านใหม่หมู่๑๐ พี่น้องชาวกะเหรี่ยงบ้านค้างใจประชาชน และผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก


การเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองสิทธิ ส่งเสริมวิถีชีวิต วัฒนธรรม ภาษา ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ตลอดจนส่งเสริมการอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างเท่าเทียม




วิทยากรประกอบด้วย ผศ.ดร.สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, นายรณเกียรติ คำน้อย ผู้ใหญ่บ้านแม่พุงหลวงและประธานคณะกรรมการชาติพันธุ์กะเหรี่ยงโพล่งจังหวัดแพร่, ดร ทัศนีย์ ดอนเนตร วัฒนธรรมจังหวัดแพร่ และ นายรัชชา สถิตทรงธรรม (เนย) ผู้ก่อตั้งเพจ “ตะลอนตะหลอด The Local Space” ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นการคุ้มครองสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ การสืบทอด




วัฒนธรรม และแนวทางการพัฒนาชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น








ต่อมาเวลา ๑๗.๓๐ น.นายอำเภอวังชิ้นกล่าวว่า ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญของอำเภอวังชิ้นและจังหวัดแพร่ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันอนุรักษ์ ส่งเสริม และพัฒนาวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ให้คงอยู่ควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ เวทีเสวนาดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ประชาชนและเครือข่ายชาติพันธุ์ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สะท้อนปัญหา ความต้องการ และแนวทางการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม เพื่อให้การคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่สังคมที่เคารพความแตกต่างและอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรมต่อไป.

ธนเดช ดอกจืด / ข่าว/ ภาพ/ น้อย เวียงโกศัย /นำเสนอข่าว