วันที่ 29 มกราคม 2569 จากกรณี การก่อสร้างศูนย์ราชการ จ.แพร่แห่งใหม่ ในพื้นที่ ต.น้ำชำ อ.เมืองแพร่ จ.แพร่ ( โจ้โก้แม่หล่าย) เริ่มก่อสร้างสัญญา เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 ถึง วันที่ 14 มีนาคม 2567 ระยะเวลา 1,080 วัน ย้อนไปสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการ จ.แพร่ แผนงานเริ่มสมัย นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ เป็น ผวจ.แพร่

เซ็นสัญญา สมัย ดร.กานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ เป็น ผวจ.แพร่

เริ่มการก่อสร้าง สมัย นายสมหวัง พ่วงบางโพ เป็น ผวจ.แพร่

มาสะดุดในช่วงโรคโควิด ระบาดการก่อสร้างจึงระงับชั้วคราว ตามมติ ครม.มาเริ่มการก่อสร้างเต็มรูปแบบในสมัย นายชุติเดช มีจันทร์ เป็น ผวจ.แพร่

จนถึง นายสมชัย เลิศประสิทธิ์พันธ์ ผวจ.แพร่

คนปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างและดูแลสานต่อการก่อสร้างศูนย์ราชการ จ.แพร่ จากกรณีดังกล่าวการก่อสร้างมีความล่าช้า หรือบ่งบอกถึงความไม่ชอบมาพากล ( ทุจริต) นายนายสมชัย เลิศประสิทธิ์พันธ์ ผวจ.แพร่จึงออกมาชี้แจงเหตุดังกล่าวว่า (1) สถานที่ก่อสร้าง เป็นสถานที่ราชพัสดุ จึงไม่มีการซื้อขายที่ดิน เพียงแต่ขอเช่าตามอัตราของทางราชการ โดยใช้งบประมาณของแผ่นดิน แต่มีผู้กล่าวหาการทุจริตซื้อที่ดินดังกล่าว จึงไม่เป็นความจริง (2) การจัดซื้อจัดจ้างดำเนินการโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมาย (ประมูล) ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำตามกฎหมายว่าด้วยการยื่นผ่านระบบ ดังกล่าว จนมีผู้เสนอราคาต่ำสุด คือบริษัท กิจการร่วมค้า AKC. จังหวัดแพร่ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากกระทรวงมหาดไทยจึงต้องทำสัญญากับ บริษัทร่วมค้า ดังกล่าว (3) หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็นผู้รับตรวจพัสดุ หากคณะกรรมการเห็นว่างานที่ส่งเป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน TOR.และแจ้งหน่วยงานให้จ่ายเงินตามงวดงานที่ส่ง (4) การก่อสร้างศูนย์ราชการ จ.แพร่ แบ่งงานออกเป็น 237 งวดงาน ระยะเวลาการก่อสร้าง 1,080 วัน จากสถานการณ์ที่เกิดโรคระบาด

บริษัท ร่วมการค้า AKC ได้รับการยกเว้นค่าปรับร้อยละ 0 จำนวน 554 วัน ตั้งแต่ วันที่ 15 มีนาคม 2567 ถึง วันที่ 19 กันยายน 2568 จนสิ้นสุดสัญญาวันที่ 14 มีนาคม 2567 บริษัท ร่วมการค้า AKC.ทำการก่อสร้างได้เพียง 10% เศษแต่เนื่องจากได้รับประโยชน์จากค่าปรับร้อยละ 0 จึงต้องให้โอกาสกับ บริษัทร่วมค้า AKC.เป็นผู้ก่อสร้างต่อไป ซึ่งในระหว่างดังกล่าวทางคณะกรรมตรวจการจ้างได้ติดตามเร่งรัดมาโดยตลอด จนให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันนี้ การก่อสร้างได้ดำเนินการก่อสร้างกว่า 40 % เนื่องจากสิ้นสุดระยะเวลาที่ค่าปรับเป็น 0 สิ้นสุดลงไปแล้ว และค่าปรับวันละ 5 แสนบาทเศษ เริ่มมาตั้งแต่ วันที่ 20 กันยายน 2568 จนถึงขณะนี้เกิน 10% ของวงเงินตามสัญญาการก่อสร้างวงเงิน 540 ล้านบาท ทางจังหวัดแพร่ จะต้องปฎิบัติตามกฎหมายด้วยการเสนอหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อขอความเห็นชอบตามกฎหมาย มิฉะนั้น ก็จะเข้าข่ายละเว้นปฎิบัติหน้าที่ นายสมชัย เลิศประสิทธิ์พันธ์ ผวจ.แพร่

จึงได้ชี้แจงที่ไปที่มาของการที่ถูกกล่าวหาเรื่องรับผลประโยชน์ จาการทุจริตในการก่อสร้างศูนย์ราชการ จ.แพร่ ข้อเท็จจริงไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง ตอนนี้ได้เร่งรัด ติดตามการก่อสร้างอยู่ตลอดวันและเวลา มีการแจ้งความคืบหน้าให้กับสื่อทุกช่องทางเป็น ระยะๆ เรื่องที่ ผวจ.แพร่ ได้ออกมาชี้แจงให้สาธารณชน ได้รับทราบความเป็นจริงและได้อธิบายเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่จัดหาที่ดินก่อสร้าง การประมูลงานตามระบบ และติดตามการก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มารับตำแหน่ง ผวจ.แพร่ ในปี 2567 ผวจ.แพร่ ได้สานต่อโครงการ และได้ให้ความกระจ่างอย่างละเอียดเพื่อเสนอต่อการพิจารณาของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานเจ้าของงบประมาณ ในมุมมองของ บก.นสพ.ธุรกิจแพร่-Online ได้ติดตามเริ่มมาตั้งแต่จัดหาที่ดิน และเริ่มการก่อสร้าง พร้อมโครงการดังกล่าว ถูกทิ้งงาน ในช่วงหลังโรคโควิด ได้ไปถ่ายภาพเสาเตาหม้อ ที่ถูกน้ำท้วมขัง จนมีการสานต่อจนถึงปัจจุบัน ชาวจังหวัดแพร่ ก็หวังที่จะมีการขยายเป็นศูนย์ราชการ ที่กว้างขวาง และมีหน่วยงานทุกหน่วยอยู่ในสถานที่เดียวกัน เพื่อการติดต่อในส่วนราชการ และมีที่จอดรถสะดวกสบาย นี่คือความหวังของคนจังหวัดแพร่ นสพ.ธุรกิจแพร่-Online เกาะติด ติดตาม นำความเป็นธรรมสู่สังคม รักษาผลประโยชน์ให้ชาวบ้านและประเทศ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *